ฉนวนเพอร์ไลท์ (Perlite)

Expanded-Silica

ฉนวนเพอร์ไลท์ (Perlite) หรือซิลิกาโฟม (Expanded Silica) ฉนวนเพอร์ไลท์แบบลูสฟิลล์ทำมาจากเม็ดแก้วภูเขาไฟแบบทราย ที่ถูกขยายตัวขึ้นจากเดิมราว 4 ถึง 10 เท่า ทำให้มีโครงสร้างเป็นฟองอากาศเล็กอยู่ภายใน เพอร์ไลท์ที่ผลิตขึ้นมาจะมีความหนาแน่นอยู่ระหว่าง 32 ถึง 176 kg/m3 แบบลูสฟิลล์มีสภาพนำความร้อนที่ขึ้นอยู่กับความหนาแน่น ที่ความหนาแน่น 32 kg/m จะมีสภาพนำความร้อนเท่ากับ 0.04 W/m.K และเมื่อความหนาแน่นเพิ่มขึ้นเป็น 176 kg/m3 สภาพนำความร้อนจะเพิ่มขึ้นด้วยเป็น 0.058 W/m.K สำหรับเพอร์ไลท์แผ่นอัดจะมีสภาพนำความร้อนประมาณ 0.052 ถึง 0.055 W/m.K ที่ความหนาแน่นประมาณ 160 kg/m3 โดยปกติจะมีการใช้ซิลิโคนที่ไม่ติดไฟเคลือบเพอร์ไลท์เพื่อเพิ่มสภาพต้านทานการซึมผ่านของน้ำ และป้องกันไม่ให้ความชื้นทะลุผ่านเข้ามาได้ และเนื่องจากเพอร์ไลท์เป็นสารอนินทรีย์จึงไม่ใช้สารที่ติดไฟ รวมทั้งไม่ช่วยให้แบคทีเรียหรือเจริญเติบโต เพอร์ไลท์แบบลูสฟิลล์มีอุณหภูมิใช้งานสูงสุดในราว 980 c ขณะที่เพอร์ไลท์แบบแผ่นอัดที่ใช้กับหลังคามีอุณหภูมิใช้งานสูงสุดราว 93 c เพอร์ไลท์โฟท หากนำมาผสมกับปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์จะได้รูปแบบเป็นคอนกรีตที่เป็นฉนวนมีน้ำหนักเบา โดยความหนาแน่นจะเปลี่ยนตามอัตราส่วนการผสมกันระหว่างเพอร์ไลท์กับซีเมนต์ ซึงจะอยู่ในช่วง 320 ถึง 640 kg/m3 คอนกรีตเพอร์ไลท์ ซึ่งอาจหล่อเป็นรูปทรงต่าง ๆ มาก่อน หรือหล่อในขณะใช้งาน นับเป็นคอนกรีตที่มีความแข็งแรงเชิงกลอย่างเพียงพอที่จะรับภาระที่ความหนาแน่นสูง สำหรับสภาพนำความร้อนจะอยู่ระหว่าง 0.073 ถึง 0.288 W/m.K ขึ้นอยู่กับความหนาแน่นโดยจะเพิ่มขึ้นตามความหนาแน่น เพอร์ไลท์ถูกใช้งานขั้นแรกในอาคารเชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรม โดยใช้งานในลักษณะวัสดุแผ่นอัดเป็นฉนวนของหลังคา การใช้งานต่อมานิยมใช้เป็นคอนกรีตฉนวนน้ำหนักเบามากกว่า คอนกรีตฉนวนเพอร์ไลท์ใช้ทั้งแบบหล่อสำเร็จและหล่อในขณะใช้งาน โดยใช้งานงานเป็นดาดฟ้า หลังคา แผ่นพื้น และระบบผนังอาคาร สำหรับเพอร์ไลท์โฟมที่มีความหนาแน่นต่ำ จะใช้ในลักษณะเป็นฉนวนแบบลูสฟิลล์

ขอบคุณข้อมูล และภาพ

  • หนังสือ คู่มือ ฉนวนความร้อน

ใส่ความเห็น